Last updated: 31 ต.ค. 2569 | 57 จำนวนผู้เข้าชม |
วิถีบรรพบุรุษ! ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านสะเนพ่อง ประกอบพิธีไหว้เจดีย์ไฟคืนวันออกพรรษา ขึ้น15ค่ำเดือน11 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาตามความเชื่อและประเพณีตามวิถีของบรรพบุรุษ
เมื่อวันก่อน (26 ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานพิธีหน้าวัดสะเนพ่อง ม.1 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ชาวบ้านสะเนพ่อง ซึ่งเป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงทุกเพศทุกวัยได้เข้าร่วมพิธีไหว้เจดีย์ไฟ (บ่ากรุ่งมิ) ซึ่งเป็นพิธีสำคัญจัดขึ้นในค่ำคืนวันออกพรรษา (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) ของทุกปี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ความเป็นสิริมงคล และต่อชะตาชีวิต
แสงพระจันทร์เต็มดวงสว่างไสวทั่วผืนป่า ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงในตำบลไล่โว่ต่างพร้อมใจกันประกอบพิธี “ไหว้เจดีย์ไฟ” หนึ่งในพิธีกรรมสำคัญประจำเทศกาลบุญออกพรรษา ที่จัดขึ้นทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลไล่โว่ เจดีย์ไฟ (กรุ่งมิ) ของชาวกะเหรี่ยงจะสร้างขึ้นจากไม้ไผ่สานเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายพีระมิด ใช้เป็นโครงสำหรับจุดเทียนบูชา โดยเทียนที่ใช้ทำพิธีนั้นฟั่นจากขี้ผึ้งธรรมชาติที่เก็บจากรังผึ้งป่าร้าง ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นของบริสุทธิ์และสะอาด ส่วนไส้เทียนทำจากเส้นด้ายที่ปลูกในไร่ข้าวของตนเอง และต้องใช้จำนวน “มากกว่าอายุของเจ้าของเทียน 1 เส้น” เช่น หากอายุ 40 ปี ต้องใช้ไส้เทียน 41 เส้น เพื่อเป็นเคล็ดแห่งการต่ออายุและเพิ่มพลังชีวิต

พิธีไหว้เจดีย์ไฟจะมีทั้งหมด 3 องค์ หลังจากที่ทุกคนได้นำเทียนและดอกไม้ที่เตรียมมาจากบ้านไปปักไว้บนเจดีย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าพิธีซึ่งมักจะเป็นมัคคายกหรือผู้อาวุโสที่ผ่านการบวชเรียนมา จะนำสวดสรรเสริญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยบทสวดจะเป็นภาษากะเหรี่ยง (ท่าละ 3 รอบ) ก่อนจะเวียนเทียนรอบเจดีย์ 3 รอบ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีไหว้เจดีย์ไฟในค่ำคืนวันออกพรรษาที่ทุกคนรอคอย
นอกจากพิธีบูชาเจดีย์ไฟแล้ว ชาวบ้านยังร่วมกันปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน โดยเชื่อว่าเป็นการส่งเทวดาอารักษ์กลับสู่สวรรค์ หลังจากทำหน้าที่คุ้มครองหมู่บ้านตลอดช่วงเข้าพรรษา อีกทั้งยังเป็นการปล่อยเคราะห์ ปล่อยทุกข์โศก และสิ่งอัปมงคลให้ลอยหายไปกับแสงไฟของโคม

พิธีไหว้เจดีย์ไฟชาวบ้านสะเนพ่อง ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่งดงามของชาวกะเหรี่ยงในเขต ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่ายของวิถีชีวิต ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระพุทธศาสนา ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และการดำรงรักษาประเพณีความเชื่อของผู้คนเพื่อให้อยู่คู่ชุมชนต่อไป.