Last updated: 17 ต.ค. 2569 | 58 จำนวนผู้เข้าชม |
อัยการ ”เทพประทานพร “ติวเข้ม กลต.ถอดบทเรียนคดี “ฉ้อโกงหุ้นระดับชาติ STARK–MORE" สอนเทคนิคเบิกความมัดจำเลยในศาล สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่สำนักงาน ก.ล.ต. นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อการสรุปสำนวนคดี การเบิกความต่อศาลและยกกรณีศึกษาตัวอย่างในคดีอาญาให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์( ก.ล.ต.)ที่สำนักงาน และผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา
นายเทพประทานพร ได้อธิบายถึงประเด็นข้อพิพาทในคดี ว่าพยานบุคคล ซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายบังคับใช้กฎหมายและฝ่ายที่สนับสนุนภารกิจด้านการบังคับใช้กฎหมาย มีความจำเป็นที่จะต้องรู้และเข้าใจ เกี่ยวกับบทบาทการทำหน้าที่ของตน โดยจะต้องเบิกความ ให้ศาลเข้าใจ ถึงองค์ประกอบความผิดของจำเลย
ซึ่งลำดับ การเบิกความว่า จะมีกระบวนการซักถาม ถามค้านถามติ่ง กรณีศึกษาที่ผู้บรรยายหยิบยก ได้หยิบยกกรณีการลงบัญชีเท็จของบริษัท tucc และกรณีผู้บริหารบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัดมหาชน ทุจริตฉ้อฉล หุ้นของบริษัท เเละเน้นย้ำให้ผู้เข้ารับการอบรม มีความตระหนักรู้ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตน
โดยหยิบยกกรณีศึกษา หุ้น Stark เปรียบเทียบกับ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ที่มีการลงบัญชีเท็จ อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
หรือกรณีหุ้นมอร์ที่มีการฉ้อโกงบริษัทหลักทรัพย์เเละมีการนำบัญชีหลักทรัพย์ของบุคคลอื่นมาใช้ในการซื้อขาย หลักทรัพย์ พร้อมยกตัวอย่างเปรียบเทียบ ในการแบ่งแยกพฤติการณ์ในการกระทำความผิดตัวการร่วมตัวการหลักผู้สนับสนุน เพื่อเป็นแนวทางในการสอบสวนคดี โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้และประสบการณ์ในการทำคดี จะช่วยพัฒนางาน ในเรื่องของการดำเนินคดี ของสำนักงาน ก.ล.ต.ให้มีประสิทธิภาพมีประสิทธิผลต่อไป เพื่อให้ นักลงทุนมีความมั่นใจในตลาดทุน
นายเทพประทานพร กล่าวต่อว่า สำหรับสำนักงานก.ล.ต. มีบทบาท ในการพัฒนาตลาดทุน ให้มีความเป็นเอกภาพ มีมาตรการที่จะคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในฐานะที่เป็นหน่วยงานกลาง ในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน โดยปัจจุบันตลาดทุน มีการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน เปลี่ยนแปลง ไปหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ การจัดการกองทุนรวม ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และให้การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ มีความมั่นคงโปร่งใส คำนึงถึงประโยชน์ของตลาดทุนและคุ้มครองผู้ลงทุน
โดยสถานการณ์ปัจจุบัน การบังคับใช้กฎหมายมีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น การดำเนินการในชั้นตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน การสอบถ้อยคำ การสรุปสำนวนคดีตลอดจนการนำเสนอเพียงหลักฐานและการเบิกความ ล้วนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลโดยตรง ต่อประสิทธิภาพในการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมายของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้เห็นผลจริงในกระบวนการยุติธรรมจึงจัดให้มีการฝึกอบรม เกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐาน การสรุปสำนวนคดี การเบิกความต่อศาล เพื่อให้พนักงานสายบังคับใช้กฎหมายและฝ่ายงานที่สนับสนุน สามารถนำความรู้ความเข้าใจ ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป.