Last updated: 27 ธ.ค. 2568 | 47 จำนวนผู้เข้าชม |
ส.ว.กลุ่มภาคเหนือฟิต บุกอุตรดิตถ์ ติดตามเรื่องร้องเรียน 5 ปมใหญ่ ยันหาแนวทางการแก้ไขความเดือดร้อนโดยเร็ว
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.พลเอกสวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนล่าง) นำคณะกรรมการโครงการฯ ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากนายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ จากนั้นประชุมและหารือร่วมกับนายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมา ตลอดจนรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน ณ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
สำหรับประเด็นความคืบหน้าเรื่องร้องเรียน มีดังนี้ 1.ปัญหาการขาดแคนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคในพื้นที่ตำบลวังดิน ตำบลแสนตอ และตำบลขุนฝาง อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยความคืบหน้า ของตำบลวังดินได้รับแจ้งจากโครงการชลประทานจังหวัดอุตรดิตถ์ว่าจะดำเนินการพัฒนาแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2569 ส่วนตำบลแสนตอและตำบลขุนฝางจะขอสนับสนุนงบประมาณจากกรมชลประทานในปีถัดไป
2.การพัฒนาบึงทุ่งกะโล่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งในเบื้องต้นโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกได้ศึกษาและดำเนินการเกี่ยวกับระบบส่งน้ำไปแล้วบางส่วน โดยปัจจุบันมีการส่งน้ำไปถึง กม.31 และจะขยายพื้นที่ส่งน้ำออกไปถึง กม.32 ในส่วนของการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวจะทำการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาต่อไป 3.ปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนในตำบลท่าเสา ตำบลคุ้งตะเภา และตำบลป่าเซ่า อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยความคืบหน้าได้รับแจ้งจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี พ.ศ. 2568 มาดำเนินการกำจัดวัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำในบึงทุ่งกะโล่ วงเงินทั้งสิ้น 3,750,000 บาท ซึ่งปัจจุบันดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
4.ปัญหาชาวบ้านต้องการถนนจากหมู่บ้านห้วยต้า ถึงอำเภอท่าปลา ระยะทาง 23 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติ และเขตป่าอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านกับเขตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ต้องทำการศึกษาความเป็นได้ และผลกระทบอย่างรอบด้านเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด และเกิดประโยชน์สูงสุด 5.ปัญหาเรื่องอาคารเรียน โรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา ชำรุด และไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนเนื่องจากขาดงบประมาณ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว และได้เสนอของบประมาณมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้ได้งบประมาณซ่อมแซมอาคารต่อไป
จากนั้นคณะกรรมการโครงการฯ ชี้แจงความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมาให้กับประชาชนผู้ร้องเรียนได้รับทราบ และประชุมหารือร่วมกันระหว่างสมาชิกวุฒิสภา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและประชาชนผู้ร้องเรียนถึงประเด็นความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนในแต่ละข้อตามรายละเอียดข้างต้นในช่วงเช้า โดยปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับเรื่องเรียนร้องทุกข์ จังหวัดอุตรดิตถ์ได้บรรจุแผนงานโครงการไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด ในปีงบประมาณ 2570 เรียบร้อยเเล้ว
ทั้งนี้สมาชิกวุฒิสภาได้ให้ข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไขปัญหาให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบและพี่น้องประชาชน โดยวุฒิสภาจะได้นำข้อมูลจากการรับฟังในครั้งนี้ไปดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาต่อไปด้วย.