“มือใหม่หัดจับ” ศรัทธากำลังจะสูญสิ้น

Last updated: 2 ก.ค. 2567  |  3946 จำนวนผู้เข้าชม  | 

“มือใหม่หัดจับ” ศรัทธากำลังจะสูญสิ้น

ศรัทธาเกิดจากการกระทำ...ไม่ให้เกียรติศรัทธาไม่บังเกิด สะกิดเตือนโปลิศ “มือใหม่หัดจับ”คิดจะทำงานใหญ่ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน 


ด้วยภารกิจบางอย่างทำให้ห่างหายกันไปนานสำหรับคอลัมน์ “ส่องตำรวจ-ตรวจโรงพัก” โดย”เหยี่ยวขาว”วันนี้กลับมาพร้อมเรื่องราวที่อยากจะบอกต่อให้ฟังกันเล็กน้อย ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจกับสื่อมวลชนที่มีการกระทบกระทั่งกัน จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม แต่มันไม่สมควรเกิดขึ้น ทุกอย่างควรจบลงด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน  เราต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง มีอะไรก็ควรพูดจาให้เหตุผล อะไรทำได้-ทำไม่ได้จะดีกว่า...การยึดโทรศัพท์มือถือลบภาพถ่าย-ถ่ายภาพนักข่าวโดยให้เขาโชว์บัตรประชาชนมันหนักเกินรับได้....ท่านครับสื่อฯนะไม่ใช่โจรผู้ร้ายที่ไหน



เรื่องของเรื่องเหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจหลายหน่วย(นอกพื้นที่) ย้ำว่าไม่ใช่ตำรวจพื้นที่ สนธิกำลังบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุยิงตำรวจทางหลวงได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนจะหลบหนีมาซ่อนตัวในรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี  นักข่าวพื้นที่สื่อสำนักหนึ่งได้รับข้อมูลจากสายข่าวก็ตรงดิ่งเข้าสังเกตการณ์ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต...เมื่อไปถึงตำรวจพื้นที่ที่คุ้นเคยกับนักข่าวอำนวยความสะดวกเรื่องที่จอดรถ และบอกทางเข้ารีสอร์ทซึ่งต้องเดินเข้าไปด้านใน  ด้วยความรีบร้อนประกอบกับต้องทำหน้างานหลายอย่าง ทั้งภาพนิ่งจากกล้อง และถ่ายคลิปจากโทรศัพท์มือถือเลยลืมหยิบบัตรนักข่าวที่แขวนไว้หน้ารถลงไปด้วย

ระหว่างทางเดินเข้าไปก็ไล่ถ่ายรูป-ถ่ายคลิปสลับไปมาเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด ไปเจอตำรวจพื้นที่คนหนึ่งเดินมาทักทายก่อนบอกว่าผู้ต้องหาจับได้แล้วอยู่หลังบังกะโล ขณะเร่งฝีเท้าห่างจากพิกัดประมาณ 10 เมตร จู่ ๆ ก็มีเสียงนายตำรวจคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า “เป็นใคร เข้ามาได้ยังไง ลบภาพออกให้หมด” ทำเอานักข่าวถึงกับงง พร้อมตอบกลับไปว่า “เป็นนักข่าวพื้นที่ หากไม่ให้ถ่ายเดี้ยวผมลบเองก็ได้”



อีกฝั่งไม่ฟังสั่งลูกน้อง 2 นายเข้ามาหาดึงตัวไปซักประวัติ บ้านอยู่ไหน รู้ได้อย่างไรมีการจับกุม ฯลฯ พร้อมยึดกล้องถ่ายรูป กับโทรศัพท์มือถือลบภาพทั้งหมดออกด้วยตัวเอง ถามว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดฯหรือป่าว...ที่หนักเกินรับได้คือตำรวจเห็นไฟล์ภาพบัตรประชาชนของนักข่าวในมือถือ ก่อนให้นักข่าวถือโทรศัพท์ที่มีภาพบัตรประชาชนแล้วถ่ายภาพเอาไว้เป็นหลักฐาน...นักข่าวนะครับไม่ใช่โจร ไม่รู้จักไม่คุ้นเคยก็สะกิดถามตำรวจพื้นที่เขาก็ได้ ไม่ใช่เรื่องที่ตรวจสอบกันยากเย็นอะไรมากมาย ปากอมอะไรอยู่... ทำงานใหญ่ไม่เป็นแบบนี้เขาเรียกว่า “มือใหม่หัดจับ”

หลังถูกกระทำนักข่าวก็เดินออกจากพื้นที่ด้วยความไม่สบายใจ เขาผ่านชีวิตการทำข่าวมาอย่างโชกโชนเพิ่งเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ก็ได้แต่คิดหาเหตุผลคำตอบในใจว่าทำไมถึงไม่ให้ทำข่าว ที่สำคัญทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่ให้เกียรติในหน้าที่บทบาทของแต่ละคน...แต่แล้วเหตุการณ์ผ่านไปไม่นานความศรัทธาในสีกากีก็ลดลงเป็นทวีคูณ เมื่อเห็นภาพตำรวจจับกุมคนร้าย ภาพหมู่ ภาพที่ตัวเองถูกสั่งห้ามถ่าย...มันถูกส่งต่อ ๆ กันมาในไลน์กลุ่มสื่อฯเต็มไปหมด...อ้าวไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพทำข่าวแล้วใครเป็นคนส่งภาพมาให้ล่ะ ถ้าไม่ใช่คนที่อยู่ตรงนั้น...เตือนไว้ก่อนนะล่าสุด "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ออกคำสั่งให้บันทึกภาพ และเสียงการตรวจค้น-จับกุม และการสอบสวนคดีอาญา แต่ห้ามเจ้าหน้าที่เผยแพร่ภาพในขณะจับกุม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม



ทุกองค์กรมีกฎระเบียบ-ข้อปฏิบัติ-ข้อห้ามต่าง ๆ  เช่นเดียวกับองค์กรตำรวจ ไปจับนอกพื้นที่ควรประสานแจ้งพื้นที่รับผิดชอบให้ทราบ  นักข่าวเองเขาก็มีพื้นที่รับผิดชอบของเขาอยู่ เปรียบเสมือน “หมาเฝ้าบ้าน”มีเหตุอะไรเขาก็ต้องทำตามหน้าที่ของเขา ความผิดพลาดเกิดจากการสื่อสาร ท่านถามเขาดีๆก็ได้ ให้เหตุผลว่าทำไมถึงไม่อนุญาตให้ทำข่าวถ่ายภาพก็จบ...ไม่แปลกใจเลยทำไมชาวบ้านหมดศรัทธากับตำรวจยุคนี้... เวลาชาวบ้านจะขอถ่ายบัตรพวกท่าน ท่านไม่พอใจ เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต แต่เวลาท่านทำกับคนอื่นไม่คิด ใจเขาใจเรา- ให้เกียรติซึ่งกันและกันมันถึงจะไปด้วยกันได้  

คำว่า “หน้าที่” ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง กิจที่ต้องทำด้วย “ความรับผิดชอบ” คำว่าหน้าที่จึงมาพร้อมกับความรับผิดชอบ อยากฝากไปถึง “บิ๊กปั๊ด”ช่วยกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาให้เกียรติสื่อฯบ้าง โดยเฉพาะนักข่าวต่างจังหวัด พวกเขาไม่มีเงินเดือน บ่อยครั้งที่พื้นที่เกิดเหตุอยู่ไกลมาก 70-80  กิโลเมตร ไปกลับล่อไป 100 กว่าโลฯ ค่าน้ำมันเบิกได้บ้างไม่ได้บ้าง (แล้วแต่องค์กร) เขาทำด้วยหน้าที่ หากไม่ทำก็ตกข่าว รู้แล้วไม่ทำภาษานักข่าวเรียก “เป่า”เป่าผ่านคนข้างในไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่เป่าไม่ผ่านผลที่ตามมาคือนักข่าวจะโดนคนข้างในกองบก.โทรฯมาตำหนิจิกด่าสารพัด ก่อนจะใช้อำนาจ(หัวโขน)ที่มีอยู่สั่งให้เขาไปเอาข่าว/ภาพมาให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม... ง่าย ๆ ไม่ต่างจากกระโถนท้องพระโรง...โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง เห็นแบบนี้แล้วคุณตำรวจท่านจะไม่เห็นใจเขาบ้างเลยเหรอ...จำไว้ก่อนจะสาย....บทบาทหน้าที่ต้องใช้ให้เหมาะสมก่อนศรัทธาจะหมดไป.



“เหยี่ยวขาว” ส่องตำรวจ-ตรวจโรงพัก.

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้