Last updated: 18 ธ.ค. 2568 | 246 จำนวนผู้เข้าชม |
รองปธ.คณะกมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เสนอตั้งคณะทํางานสางก.ม.ล้าหลัง ขวางพัฒนา-ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ หวังเป็นประโยชน์ต่อกองทัพ ลดรายจ่ายซื้ออาวุธและสร้างรายได้เข้าประเทศ
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 321 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน มีการคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.)กิจการทางทหารด้านไซเบอร์เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ครั้งที่ 4/2568 เพื่อพิจารณาและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
ในการประชุม ประธานได้แจ้งข้อสั่งการของประธานคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา โดยมอบหมายให้ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการทุกคนมีรายชื่อเข้าร่วมในคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการ พร้อมทั้งให้เร่งจัดทำคู่มือการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือนม.ค.2569
สำหรับเรื่องพิจารณาที่สำคัญ ได้แก่ การจัดทำคู่มือการดำเนินการของคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องจากการสัมมนาแถลงแผนงานของคณะอนุกรรมาธิการ และเป็นไปตามแนวทางของประธานคณะกรรมาธิการการทหาร เพื่อให้การปฏิบัติงานในแต่ละช่วงเวลาเป็นไปอย่างชัดเจนและตรวจสอบได้
นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะทำงาน ได้แก่ คณะทำงานเพื่อจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องแนวทางการส่งเสริมวิจัยพัฒนาระบบต่อต้านโดรน และคณะทำงานเพื่อจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องการใช้มิติอวกาศในทางยุทธการของเหล่าทัพ ซึ่งทั้งสองคณะได้มีการยกร่างโครงการที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2569 เพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะต่อไป
ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอปัญหาในข้อกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคทั้งในการส่งออกของเอกชนผู้ผลิตอาวุธ ยุทโธปกรณ์ ที่ไม่สามารถส่งออกไปจำหน่ายให้กับหน่วยงานในต่างประเทศ และในขณะเดียวกันการที่เอกชนและหน่วยงานของรัฐเอง ที่มีความสามารถผลิตอาวุธ ยุทโธปกรณ์และกระสุนปืนได้เอง ก็ยังมีปัญหาอุปสรรค์ในข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่ไม่สามารถขายให้กับหน่วยงานต่างๆของรัฐได้เช่นกัน และแม้แต่หน่วยงานความมั่นคง ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันชายแดน ในการใช้โดรน หรือเครื่องมืออื่นๆก็มีปัญหาติดขัดทางข้อกฎหมายในเรื่องของความถี่ซึ่งควบคุมโดย กสทช. และเกี่ยวกับกฎหมายของ สำนักงานการบินพลเรือน ที่กลายเป็นว่า กฎหมายหลายฉบับของหลายหน่วยงาน กลายเป็นปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาอาวุธและเทคโนโลยี ที่จำเป็นจะต้องมีกาแก้ไข
ทั้งนี้นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล รองประธานอนุกรรมาธิการฯ คนที่ 1 ได้เสนอให้มีการตั้งคณะทำงานด้านกฎหมาย เพื่อรวบรวมข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นกำแพงที่ปิดกั้นความก้าวหน้าของการพัฒนา การส่งออกไปต่างประเทศ การจำหน่ายให้กับหน่วยงานต่างๆในประเทศ และการใช้ปฏิบัติการของโดรนหรือยุทโธปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายของ กสทช. เพื่อการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อการปลดล็อค ให้การพัฒนา การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ของประเทศไทยมีความก้าวหน้า และเป็นประโยชน์ต่อกองทัพต่อความมั่นคงของประเทศชาติ ลดรายจ่าย และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ
เพราะหากไทยยังไม่มีการปรับปรุงกฎหมายที่กลายเป็นปัญหาอุปสรรค ต่อให้เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐ มีความสามารถในการผลิตคิดค้นสร้างอาวุธ ยุทโธปกรณ์ได้จริง ก็ไม่มีประโยชน์ทั้งในการใช้ในประเทศ และในการส่งออก
ในส่วนของการพิจารณาข้อเสนอแนะจากสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบข้อมูลเบื้องต้น และมีแนวทางเชิญสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ เข้าร่วมหารือ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่ต้องการให้คณะกรรมาธิการการทหารผลักดันเชิงนโยบายในระยะต่อไป.